您现在的位置是:朝不保夕网 > 娱乐
ตลท.เล็งปลดล็อกหุ้นน้ำเมา หวังกระตุ้นตลาดหุ้นไทยที่ซบเซา
朝不保夕网2026-01-08 07:46:10【娱乐】3人已围观
简介เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของนายกิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่
ตลทเล็งปลดล็อกหุ้นน้ำเมาหวังกระตุ้นตลาดหุ้นไทยที่ซบเซา
เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของนายกิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตลาดหุ้นไทยอาจจะเปิดทางให้บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาจดทะเบียนได้ ซึ่งเป็นข้อห้าที่มีมายาวนานในประเทศ ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ เพื่อเร่งฟื้นฟูยอดขายหุ้นในตลาดทุนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตอย่างหนัก
โดยนายกิตติพงศ์ ให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์กว่า “เราจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสูญเสียบริษัทเหล่านี้ไปให้กับตลาดหุ้นต่างประเทศ” พร้อมระบุว่า การอนุญาตให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียนจะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับตลาดทุนภายในประเทศ
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมถึงธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ และบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือกลุ่มที่มีโอกาสสูงที่จะเข้าจดทะเบียน
รายงานระบุว่า ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่หลายราย แต่กลับไม่มีบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จดทะเบียนในตลาดหุ้นเลย นับตั้งแต่ เมื่อปี 2548 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เคยพยายามเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก หรือ IPO แต่หลังจากการประท้วงของนักเคลื่อนไหวและบรรดาพระสงฆ์ ทำให้บริษัทผู้ผลิตสุรารายใหญ่ที่สุดของประเทศ ต้องไปจดทะเบียนที่ตลาดหุ้นสิงคโปร์แทน
เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การลาออกของประธานตลาดหลักทรัพย์ของไทยในขณะนั้น เนื่องจากสูญเสียโอกาสในการมี IPO ที่จะเป็นรายการใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
ทั้งนี้ ฝ่ายที่คัดค้านการนำไทยเบฟเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ให้เหตุผลว่า จะเป็นการละเมิดต่อหลักคำสอนของศาสนาพุทธ และศาสนาอื่นๆ ในประเทศ ที่มีประชากรกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาพุทธ
อย่างไรก็ตาม นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมทางสังคมน่าจะเปลี่ยนไปแล้ว พร้อมปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงของการกลับมาประท้วงอีกครั้ง
โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางการไทยได้เริ่มอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 ภายใต้โครงการนำร่อง ที่อาจจะขยายระยะเวลาออกไปเกินกลางปี 2569 ซึ่งเป็นการยกเลิกกฎที่มีมาตั้งแต่ปี 2515
บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า ตลาดหลักทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญกับปัญหาบริษัทในประเทศจำนวนมาก เลือกที่จะไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นภูมิภาคอื่น เพื่อแสวงหามูลค่าประเมินที่สูงกว่า และความต้องการลงทุนที่แข็งแกร่งกว่า ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี บิทคับ ที่กำลังพิจารณานำหุ้นเข้าจดทะเบียนที่ฮ่องกง แทนแผนเดิมที่จะจดในประเทศไทย ขณะที่ IFBH Ltd. ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวของไทย ก็เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
โดยสถานะของดัชนีหุ้นไทย ซึ่งเป็นตลาดที่ทำผลงานแย่ที่สุดในเอเชีย ในปี 2025 ประกอบกับความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งที่วางแผนไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ ยิ่งบั่นทอนความสนใจของนักลงทุน โดยคาดว่า ตลาด IPO ที่ซบเซาจะยังไม่ฟื้นตัวในปี 2026 หลังจากปิดฉากปีที่เลวร้ายที่สุดด้านการระดมทุนจากหุ้นใหม่ นับตั้งแต่ปี 2553
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติแสดงความไม่พอใจต่อการขาดแคลนบริษัทที่ดี และน่าสนใจของตลาดหุ้นของไทย
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ของไทย อาจจะอนุญาตให้มีการจดทะเบียนหุ้นแบบโครงสร้างหุ้น 2 ระดับ ( Dual-class share structures ) เพื่อดึงดูดบริษัทครอบครัวให้เข้าตลาด โดยโครงสร้างดังกล่าวจะเปิดทางให้ผู้ก่อตั้งมีอำนาจลงคะแนนเสียงมากกว่า ลดความกังวลเรื่องการสูญเสียอำนาจควบคุมหลังเข้าจดทะเบียน
เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของนายกิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตลาดหุ้นไทยอาจจะเปิดทางให้บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาจดทะเบียนได้ ซึ่งเป็นข้อห้าที่มีมายาวนานในประเทศ ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ เพื่อเร่งฟื้นฟูยอดขายหุ้นในตลาดทุนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตอย่างหนัก
โดยนายกิตติพงศ์ ให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์กว่า “เราจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสูญเสียบริษัทเหล่านี้ไปให้กับตลาดหุ้นต่างประเทศ” พร้อมระบุว่า การอนุญาตให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียนจะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับตลาดทุนภายในประเทศ
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมถึงธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ และบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือกลุ่มที่มีโอกาสสูงที่จะเข้าจดทะเบียน
รายงานระบุว่า ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่หลายราย แต่กลับไม่มีบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จดทะเบียนในตลาดหุ้นเลย นับตั้งแต่ เมื่อปี 2548 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เคยพยายามเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก หรือ IPO แต่หลังจากการประท้วงของนักเคลื่อนไหวและบรรดาพระสงฆ์ ทำให้บริษัทผู้ผลิตสุรารายใหญ่ที่สุดของประเทศ ต้องไปจดทะเบียนที่ตลาดหุ้นสิงคโปร์แทน
เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การลาออกของประธานตลาดหลักทรัพย์ของไทยในขณะนั้น เนื่องจากสูญเสียโอกาสในการมี IPO ที่จะเป็นรายการใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
ทั้งนี้ ฝ่ายที่คัดค้านการนำไทยเบฟเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ให้เหตุผลว่า จะเป็นการละเมิดต่อหลักคำสอนของศาสนาพุทธ และศาสนาอื่นๆ ในประเทศ ที่มีประชากรกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาพุทธ
อย่างไรก็ตาม นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมทางสังคมน่าจะเปลี่ยนไปแล้ว พร้อมปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงของการกลับมาประท้วงอีกครั้ง
โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางการไทยได้เริ่มอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 ภายใต้โครงการนำร่อง ที่อาจจะขยายระยะเวลาออกไปเกินกลางปี 2569 ซึ่งเป็นการยกเลิกกฎที่มีมาตั้งแต่ปี 2515
บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า ตลาดหลักทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญกับปัญหาบริษัทในประเทศจำนวนมาก เลือกที่จะไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นภูมิภาคอื่น เพื่อแสวงหามูลค่าประเมินที่สูงกว่า และความต้องการลงทุนที่แข็งแกร่งกว่า ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี บิทคับ ที่กำลังพิจารณานำหุ้นเข้าจดทะเบียนที่ฮ่องกง แทนแผนเดิมที่จะจดในประเทศไทย ขณะที่ IFBH Ltd. ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวของไทย ก็เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
โดยสถานะของดัชนีหุ้นไทย ซึ่งเป็นตลาดที่ทำผลงานแย่ที่สุดในเอเชีย ในปี 2025 ประกอบกับความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งที่วางแผนไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ ยิ่งบั่นทอนความสนใจของนักลงทุน โดยคาดว่า ตลาด IPO ที่ซบเซาจะยังไม่ฟื้นตัวในปี 2026 หลังจากปิดฉากปีที่เลวร้ายที่สุดด้านการระดมทุนจากหุ้นใหม่ นับตั้งแต่ปี 2553
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติแสดงความไม่พอใจต่อการขาดแคลนบริษัทที่ดี และน่าสนใจของตลาดหุ้นของไทย
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ของไทย อาจจะอนุญาตให้มีการจดทะเบียนหุ้นแบบโครงสร้างหุ้น 2 ระดับ ( Dual-class share structures ) เพื่อดึงดูดบริษัทครอบครัวให้เข้าตลาด โดยโครงสร้างดังกล่าวจะเปิดทางให้ผู้ก่อตั้งมีอำนาจลงคะแนนเสียงมากกว่า ลดความกังวลเรื่องการสูญเสียอำนาจควบคุมหลังเข้าจดทะเบียน
很赞哦!(2)
站长推荐
友情链接
- 今年宁波发生超250起并购重组事件 交易金额超370亿元
- 住建部:指导各地加快垃圾分类管理立法工作
- 中新网评:同仁堂,别再野蛮生长
- 3月1日起,长沙启动全域“无废城市”建设
- 崩坏星穹铁道模拟宇宙不可知域活动有什么 模拟宇宙不可知域活动玩法攻略
- “粤”上新台阶丨“鸡有鸡味”的AI解法
- 2025年中国篮球名人堂人物揭晓 96黄金一代优秀集体
- 《找一个不伤心的理由》(刘恺名演唱)的文本歌词及LRC歌词
- 今年宁波发生超250起并购重组事件 交易金额超370亿元
- 2017九球双打世界杯录像 中华台北vs美国九球半决赛视频
- "LANCY 佳宴" 西安明星联动活动圆满落幕,宋佳领衔演绎「马踏新春」2026中国系列
- 卧室装修效果图 卧室装修有哪些技巧
- 合肥发布“志同道合”志愿服务总品牌
- 失落星环兑换码2024最新版 失落星环兑换码礼包码大全
- 年夜放送 铁甲《开天辟地2》通关木龙经验
- 殷野王与李天恒:武侠世界与现实人物的实力对比之辨
- 国产GPU领军企业壁仞科技成功登陆香港交易所
- 原神4.5版本武器卡池怎么样 卡池值得抽吗
- 企业年金办法下月起施行 企业和职工个人缴费比例概况
- 据点守卫新版本单刷狂战攻略






